คนไทยจะได้ใช้บริการ 3G ภายในอีก 6 เดือ

หลังนั่งเก้าอี้ รมต.ไอซีทีมาได้เดือนเศษ แม้ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งหมาดๆ "มั่น พัธโนทัย" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดใจอีกว่า ไม่เพียงไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจมานั่งเก้าอี้นี้ ยังไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวอะไรเกี่ยวกับเทคโนโลยี ขนาดอินเทอร์เน็ตก็ใช้ไม่เป็น แต่ไม่ต้องห่วงว่าจะทำงานไม่ได้เพราะถนัดเรื่องการบริหารจัดการ
เกือบโดนค่อนขอดอยู่แล้วเชียวว่า ถ้ามีใครจัดอันดับ รมต.โลกลืมอาจติดโผกับเขาด้วย ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา (21 มี.ค.2551) หลังเชิญผู้บริหารระดับสูงทั้งภาครัฐและเอกชนทั้ง บมจ.ทีโอที, กสท โทรคมนาคม และ 3 ค่ายยักษ์มือถือ "เอไอเอส-ดีแทค และทรูมูฟ" มาหารือร่วมกัน เพียงไม่กี่อึดใจก็ออกมาประกาศเสียงดังฟังชัดได้ว่า ไม่เกิน 1 ปีข้างหน้า ประชาชนไทยจะมีโอกาสได้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือ 3 จี !!!
"ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่า ถ้าไม่รีบเปิดบริการ 3G ไทยจะล้าหลังประเทศอื่น ไม่ใช่การทำตามแฟชั่น แต่เป็นเรื่องของเทคโนโลยีที่จะนำความเจริญและการพัฒนาในทุกๆ ด้านไปสู่ชนบท ขอประกาศให้โลกรู้ว่า เราจะพัฒนา 3G เต็มรูปแบบใน 6-12 เดือน ซึ่งได้ถาม
ไปยัง กทช.แล้วว่าทุกค่ายทำได้ ขอให้กระทรวงไอซีทีสนับสนุน จึงหารือกับทีโอที, กสท และเอกชน ซึ่งทุกฝ่ายเห็นด้วยที่จะลืมเรื่องบาดหมางเดิมไว้ก่อน และจะจับมือกันรีบเร่งให้มี 3G โดยเร็วด้วย"
โดยการอัพเกรดโครงข่ายเดิมบนความถี่เดิม ด้วยเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า HSPA หรือ high-speed packet access
"วิเชียร เมฆตระการ" กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส กล่าวว่า เอไอเอสสามารถพัฒนาโครงข่ายเพื่อให้บริการ 3G ได้ทันที โดยขณะนี้ได้รับใบอนุญาตนำเข้าอุปกรณ์มาปรับปรุงโครงข่ายบนคลื่น 900 MHz เดิมที่บริษัทให้บริการอยู่แล้ว

"ที่ผ่านมามีความคิดจะทำอยู่แล้ว แต่ไม่สามารถทำได้เนื่องจากต้องให้เจ้าของสัมปทานเห็นชอบด้วย และขอใบอนุญาตให้ จริงๆ ตั้งใจจะขอใบอนุญาตให้บริการ 3จีของ กทช.เลย แต่ไม่รู้ว่าต้องรอถึงเมื่อไร ส่วนการลงทุนในครั้งนี้เมื่อทำบนคลื่นความถี่เดิมก็ใช้เงื่อนไขตามสัญญาสัมปทานเดิม และคาดว่าจะคุ้มทุนแบบเดิมๆ"
ทั้งนี้เอไอเอสได้สั่งนำเข้าอุปกรณ์แล้ว และมั่นใจว่าจะเปิดทดลองให้บริการได้ใน 6 เดือนแน่นอน
"การลงทุนจะมีต้นทุนเฉลี่ย 1,500 บาทต่อเลขหมาย หรือประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท จากฐานลูกค้าปัจจุบันของเอไอเอส 24 ล้านเลขหมาย แม้ตอนนี้จะยังไม่ได้เตรียมเงินลงทุนไว้เนื่องจากทุกอย่างได้รับการผลักดันเร็วมาก แต่พร้อมที่จะลงทุน แม้เป็นการลงทุนภายใต้สัญญา BTO (build-transfer-operate) ที่ต้องโอนโครงข่ายทั้งหมดให้เจ้าของสัมปทาน โดยในเบื้องต้นจะอัพเกรด 30 สถานีฐาน เน้นที่หัวเมืองใหญ่"
บิ๊กบอส "เอไอเอส" กล่าวอีกว่า การให้บริการ 3G ในครั้งนี้จะทำบนคลื่น 900 MHz อย่างเดียว และถือเป็นทุกขลาภของ เอไอเอส เพราะเป็นภาระที่ท้าทายของบริษัท วิศวกร ช่างเทคนิค ในการจัดสรรคลื่นความถี่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เนื่องจากต้องแบ่งคลื่นให้รองรับการบริการทั้งใน 2.5 จีแบบเดิม และระบบใหม่ให้มีเสถียรภาพและมีประสิทธิภาพที่สุด

"HSPA เป็นของใหม่ในอุตสาหกรรมที่จะกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาต่อไปได้ หลังจากไม่มีเทคโนโลยีใหมมาระยะหนึ่ง เอไอเอสจะเจาะตลาดลูกค้ารายย่อยก่อน เพราะต้องใช้เวลาอีกระยะกว่าจะพัฒนาคุณภาพให้เหมาะกับลูกค้าองค์กร โดยการอัพเกรดบนโครงข่ายเดิมคาดว่าจะใช้งานไปได้อีกเป็น 10 ปี"
ถ้ายังจำกันได้ "ดีแทค" ก็เพิ่งทดสอบระบบดังกล่าวบนคลื่นความถี่ 850 MHz ไปหมาดๆ โดยร่วมกับ บมจ.กสท โทรคมนาคม และอีริคสันนำอุปกรณ์ไปติดตั้งและทดสอบบริการที่จังหวัดมหาสารคาม
ต่างกันตรงที่ "ดีแทค" ยังไม่ได้รับอนุญาตจาก "กทช." แต่ก็ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด ขณะที่พี่ใหญ่ "เอไอเอส" ได้ใบอนุญาตมาแล้วเรียบร้อย
โดย "ซิคเว่ เบรคเก้" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค กล่าวว่า พร้อมลงทุนอัพเกรดโครงข่ายที่มีอยู่แล้วทันทีทั่วประเทศ เตรียมเงินไว้ประมาณ 5,000 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ไล่เลี่ยกับเอไอเอส เพราะมีความพร้อมในระดับหนึ่งหลังเคยทดสอบบริการร่วมกับกสทฯแล้ว
และว่า "ดีแทค" ได้เปรียบกว่าคู่แข่ง รายอื่น เนื่องจากเครื่องลูกข่ายที่รองรับการใช้งาน HSPA บนคลื่น 850 MHz มีมากกว่า ทั้งมีคลื่นเหลือมากกว่า 10 MB ที่ไม่เกี่ยวกับการให้บริการเดิม จึงไม่มีปัญหาในการบริหารจัดการความถี่ระหว่างบริการเดิมกับบริการที่จะปรับปรุงใหม่

"กรณีใบอนุญาตนำเข้าอุปกรณ์เพื่อนำมาปรับปรุงโครงข่าย ทางกสทฯกำลังจะดำเนินการ คาดว่าจะใช้เวลา 2 สัปดาห์ก็เรียบร้อย" ซิคเว่กล่าวอย่างอารมณ์ดี
เปรียบค่ายมือถือ 3 ราย "ทรูมูฟ" น้องเล็กเสียเปรียบกว่าเพื่อน ด้วยว่าไม่มีคลื่นทั้ง 800 และ 900 MHz ที่จะนำไปอัพเกรดได้เหมือน
แต่เปรียบมวยระหว่างดีแทคกับเอไอเอส
ต้องยอมรับว่า "ดีแทค" ได้เปรียบกว่าอย่างที่ "ซิคเว่" ว่าไว้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องลูกข่ายในตลาดปัจจุบันที่ผลิตบน 850 MHz แล้วเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีความถี่เหลือเฟือในมือ ไม่ต้องกระเบียดกระเสียรแบ่งความถี่จีเอสเอ็มเดิมมาอัพเกรด
อย่างไรก็ตาม "ทรูมูฟ" ไม่ถึงกับหมดหนทาง เมื่อ "พิศาล จอโภชาอุดม" เอ็มดีกสทฯ การันตีเองว่าจะแบ่งคลื่นจาก "ฮัทช์" มาให้ทำ แม้พูดง่ายทำไม่ง่ายก็ยังดี
"ศุภชัย เจียรวนนท์" กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ที่ผ่านไม่ใช่เอกชนไม่ยอมลงทุน 3G เพียงแต่ไม่มีใบอนุญาตและไม่มีคลื่นที่จะนำมาพัฒนา วันนี้เป็นครั้งแรกที่ได้รับความชัดเจนว่าจะมีการเดินกันอย่างไรต่อไป
"ทรูมูฟยืนยันว่าถ้าทำ 3G ได้โดยร่วมมือกับกสทฯก็พร้อมลงทุน โดยมองที่ 850 และ 900 MHz เพราะถ้าไปพัฒนาที่ 1800 MHz มาตรฐานเทคโนโลยีและเครื่องลูกข่ายจะแตกต่างกันมากเกินไป"
หากได้คลื่นมาพัฒนาก็พร้อมนำกระแสเงินสดมาลงทุน แม้ต้องใช้เงื่อนไขการลงทุนตามสัญญาสัมปทานเดิมก็ตาม โดยในเบื้องต้นจะใช้เงินประมาณ 6 พันล้านบาท จากกระแสเงินสดของทรูที่มีอยู่ 2 หมื่นล้าน หรือหากจะมีการระดมทุนเพิ่ม ทรูมูฟก็ทำได้หลายทาง คาดว่าจะใช้เงินทั้งหมดประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท
"ทรูมูฟเสียเปรียบผู้ให้บริการรายอื่น เนื่องจากยังไม่มีคลื่นที่จะนำมาพัฒนา 3G ได้ แต่ได้เจรจากับกสทฯแล้ว และมั่นใจว่ากสทฯจะแบ่งคลื่น 850 MHz มาให้ได้ ในเงื่อนไขที่เท่าเทียมกับดีแทค ในฐานะที่เป็น